07Oct/24

วิ่งฅนเหล็ก 2024 ระดมได้ 3.3 ล้าน มอบช่วยเหลือสังคมสะสม 40 ล้าน

7 พันธมิตรกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก ประกอบด้วย บบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ (SSI) บริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน) (TCRSS) บริษัท เอ็นเอส บลูสโคป (ประเทศไทย) จำกัด (NS BlueScope) บริษัท เอ็นเอส-สยามยูไนเต็ดสตีล จำกัด (NS-SUS) บริษัท เจเอฟอี สตีล กัลวาไนซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (JSGT) บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) (GSteel) และบริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) (GJS) มอบรายได้จากการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล ฅนเหล็กมินิมาราธอน 2024 (ครั้งที่ 16) จำนวน 3.3 ล้านบาทให้แก่องค์กรที่ช่วยเหลือดูแลผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานช่วยเหลือ และยกระดับคุณภาพชีวิต ความสามารถของผู้ด้อยโอกาสให้สามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างแข็งแกร่ง ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวผู้เข้าร่วมกิจกรรม 1,400 คน ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม 2567ที่ผ่านมา
จากการดำเนินกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล ฅนเหล็กมินิมาราธอนอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2551 รวมจำนวน 16 ครั้ง สามารถนำรายได้จากการจัดงานช่วยเหลือองค์กรการกุศลที่ดูแลผู้ด้อยโอกาสแล้ว 40.5 ล้านบาท

30Sep/24

SSI เดินหน้าสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน อบก.มอบโล่องค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก

นายมนินทร์ อินทร์พรหม (ขวาสุด) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการผลิต บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) รับโล่ประกาศเกียรติคุณ “องค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก” ประจำปี 2567 (Climate Action Leading Organization : CALO) ระดับยอดเยี่ยม สาขาสินค้าอุตสาหกรรมจากนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นขององค์กรภาคเอกชนในไทยที่เดินสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ
ทั้งนี้ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ “องค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก” (Climate Action Leading Organization : CALO) แสดงเจตนารมณ์ที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในระดับองค์กร โดยมีเป้าหมายและแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน สอดคล้องกับหลักการทางวิทยาศาสตร์และเป้าหมายของความตกลงปารีส อีกทั้งได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพรินท์ขององค์กรและมาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือมาตรฐานสากลที่เทียบเท่า รวมถึงได้ร่วมขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกขององค์กรภาคส่วนต่างๆ ด้วย
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแถลงผลสำเร็จการดำเนินงาน ประจำปี 2567 โดยประธานเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย รวมถึงแนะนำ “แนวทางการรับรองการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์” (Net Zero GHG Emissions) และเปิดตัวเกณฑ์ใหม่ “การรับรององค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก” (Climate Action Leading Organization: CALO) อีกด้วย
ปัจจุบัน เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทยมีสมาชิกเครือข่ายประเภท “องค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก” แล้วทั้งสิ้น 125 องค์กร (ข้อมูล ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2567)

27Sep/24

มุ่งมั่นสร้างวัฒนธรรมความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เอสเอสไอรับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 4

นายมนินทร์ อินทร์พรหม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการผลิต บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือเอสเอสไอ เป็นผู้แทนบริษัทรับมอบรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 4 วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture) ประจำปี 2567 จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ในงาน Green Industry Award 2024 โดยมีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน
อุตสาหกรรมสีเขียวหมายถึงอุตสาหกรรมที่มุ่งมั่นในการประกอบการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อบรรลุผลสำเร็จด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิตและการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับความใส่ใจต่อสังคมทั้งภายในและภายนอกกิจการตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน

27Sep/24

ร่วมยกระดับสินค้า BCG ชุมชนเชิงพาณิชย์เหล็กสหวิริยา MOUวิสาหกิจ-BEDOพัฒนา

บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ “เอสเอสไอ” โดยนายผดุงศักดิ์ ปราณอุดมรัตน์ หัวหน้าสำนักการพัฒนาที่ยั่งยืนและสื่อสารกลุ่ม ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพระดับชุมชน ปี 2567 “โครงการจับคู่ธุรกิจเพื่อยกระดับการผลิตสินค้าตามหลักการ BEDO-BCG และสร้างโอกาสทางการตลาด” กับนางสุวรรณา เตียรถ์สุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO และนายวิทูล ธนาวีระชัย ประธานวิสาหกิจวิสาหกิจชุมชนโลกยิ้ม จังหวัดสุพรรณบุรี ณ ห้องลาเวลเดอร์ 1 ชั้น 3 อาคาร 3 โรงแรม ทีเค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดยมีคณะผู้บริหาร BEDO ชุมชนเครือข่าย BEDO และผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน และมีกิจกรรมนำเสนอผลการดำเนินงานการจับคู่ธุรกิจของปี 2566 เพื่อกำกับติดตามการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินงานต่อไป
ทั้งนี้ขอบเขตในความร่วมมือสนับสนุนและพัฒนาการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพระดับชุมชนประกอบด้วย
1) ให้การสนับสนุนและความร่วมมือในการดำเนินการวิจัย พัฒนา เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ ของชุมชนสู่เชิงพาณิชย์
2) ร่วมกันส่งเสริม สนับสนุน และแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่ได้รับการพัฒนาและยกระดับ
3) ร่วมกันประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ ข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ชีวภาพของชุมชนที่ผ่านกระบวนการพัฒนาให้มีคุณภาพและมาตรฐาน
ทั้งนี้ กลุ่มเหล็กสหวิริยา ได้รับความร่วมมือจาก วิสาหกิจชุมชนโลกยิ้ม อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี จัดฝึกอบรมการผลิตภาชนะจากวัสดุธรรมชาติที่มีในท้องถิ่น เช่น ใบตอง ผักตบชวา ใบสัก ทางมะพร้าว และขุยมะพร้าว ให้แก่ผู้แทนเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนบางสะพานและผู้ที่สนใจ ประกอบไปด้วย กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลไม้เกษตรยั่งยืนตำบลพงศ์ประศาสน์กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านต้นทองหลางตำบลพงศ์ประศาสน์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยววิถีชุมชนโดยชุมชนบ้านทางสาย กลุ่มมัดย้อมบ้านทางสายตำบลธงชัย กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนาผักขวงตำบลกำเนิดนพคุณ กลุ่มแม่บ้านตำบลชัยเกษม ตัวแทนเครือข่ายธนาคารชุมชนและสภาผู้นำชุมชนตำบลธงชัย กลุ่มชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัติวิถีบ้านม้าร้อง ตำบลพงศ์ประศาสน์กลุ่มศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอบางสะพาน ตำบลร่อนทอง กลุ่มผลิตภัณฑ์ OTOP บ้านหนองจันทร์ ตำบลชัยเกษม การจัดฝึกอบรมการผลิตภาชนะจากวัสดุธรรมชาติ เป็นการพัฒนาต่อยอดทางธุรกิจให้กับวิสาหกิจชุมชนบางสะพาน ด้วยการฝึกอบรมให้ความรู้ การลงมือฝึกปฏิบัติทำชนะจากวัสดุธรรมชาติ โดยการอัดขึ้นรูปด้วยความร้อน เป็นรูปทรงต่างๆ ตามแบบพิมพ์ เพื่อทดแทนการใช้โฟมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากโฟมมีสาร CFC (chlorofluorocarbon) เป็นสารก่อภาวะเรือนกระจกทำลายชั้นโอโซนในบรรยากาศ ย่อยสลายได้ยากและทำให้เกิดมลพิษกับสิ่งแวดล้อมและยังเกิดโทษต่อร่างกายในกรณีที่มีสารตกค้างเข้าสู่ร่างกาย
กลุ่มเหล็กสหวิริยาเล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนบางสะพาน สู่ความยั่งยืนควบคู่กับการดำเนินธุรกิจขององค์กร จึงร่วมสนับสนุนการดำเนินโครงการที่มุ่งพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนบางสะพานมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้การนำพืชหรือวัสดุทางธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ในการประดิษฐ์ภาชนะ เป็นการลดขยะพลาสติก ลดโฟมแล้ว ยังช่วยกำจัดวัชพืชต่างถิ่นที่มากีดขวางลำน้ำด้วย แก้ปัญหาขยะ ลดต้นทุนด้านบรรจุภัณฑ์ เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่แหล่งท่องเที่ยว และยังเป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชนอีกด้วย


26Sep/24

กลุ่มเหล็กสหวิริยาส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บางสะพานสนับสนุนงานประมงไทยชวนวิ่ง#3

กลุ่มเหล็กสหวิริยา (SSI, TCRSS, TCS, BSBM, PPC, WCE) ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตที่ดีเพื่อพี่น้องชาวบางสะพาน สนับสนุนงาน งานประมงไทยชวนวิ่ง ครั้งที่ 3 “RUN FOR THE SEA” เนื่องในวันประมงแห่งชาติ จัดโดยเครือข่ายประมงพื้นบ้านอำเภอบางสะพาน และสมาคมชาวประมงบางสะพาน ภายใต้ความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดี กระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอบางสะพานในช่วงโลว์ซีซั่น ด้วยแนวคิดรักษ์สิ่งแวดล้อมลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ด้วยการลดกิจกรรมที่ใช้พลังงาน ลดการใช้ทรัพยากรฟุ่มเฟือย และสนับสนุนการรีไซเคิล งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 กันยายน 2567 ณ บริเวณชายหาดดอนสำราญ หมู่ 1 บ้านดอนสำราญ ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยได้รับเกียรติจากนายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิด และมีนายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ (นายอำเภอบางสะพาน) กล่าวต้อนรับ ณ ชายทะเลดอนสำราญ
งานประมงไทยชวนวิ่ง ครั้งที่ 3 “RUN FOR THE SEA” ประกอบไปด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ เดิน- วิ่ง ระยะ 5 กม. โดยได้รับเกียรติจากนายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานปล่อยตัวนักวิ่ง กิจกรรมฟอกทรายคืนสู่ทะเล กิจกรรม “BANGSAPHAN SURF CLUB” กิจกรรมการประกวดศิลปะจากขยะ กิจกรรม PLOGGING RUN กิจกรรมปล่อยเต่าคืนสู่ทะเล กิจกรรมทิ้งซั้งสร้างบ้านปลา เวทีเสวนาเรื่องที่มาของการจัดงานประมงไทยชวนวิ่ง
ทั้งนี้ กลุ่มเหล็กสหวิริยาในฐานะองค์กรภาคเอกชนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลแม่รำพึง ซึ่งอยู่ติดกับพื้นที่ชายฝั่งทะเล ได้ร่วมมือกับกลุ่มประมงตลอดแนวชายฝั่งอำเภอบางสะพาน ดำเนินกิจกรรมตามแนวทาง ESG ในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมหารือร่วมกับประมงในเรื่องของการสร้างความยั่งยืนให้กับท้องทะเลบางสะพาน การส่งเสริมองค์ความรู้ให้กับพี่น้องประมงได้มีอาชีพที่ยั่งยืน การให้ความรู้ในกลุ่มยุวประมง การดำเนินกิจกรรมจิตอาสาจัดสร้างธนาคารปูม้ารวมถึงการส่งเสริมทางด้านการตลาด การนำพี่น้องชาวประมงไปศึกษาดูงานเพื่อต่อยอดประมง และการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ท้องทะเล อาทิ การสร้างบ้านปลาเพื่อให้มีแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ เพื่อให้มีทรัพยากรทางทะเลคงอยู่ยาวนานตั้งแต่บ้านกรูดจนสุดทะเลบางสะพาน
กลุ่มเหล็กสหวิริยายังคงเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มประมงอย่างต่อเนื่องและยึดมั่นในการพัฒนาชุมชนบางสะพานด้านการอนุรักษ์และดูแลสภาพสิ่งแวดล้อมชุมชนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมต่อไป